Siam Capital

Jun 18

ส่องสถานการณ์เกย์รุ่นใหม่ ไม่สนคิง-ควีน เช็คกระแสแรง ‘เกย์แมน’ เบียดกะเทยไทยไร้ที่ยืน แห่ผันตัวเป็นเกย์สาว

“เราเป็นเกย์ยุคหลังมาดอนนา” ..ชื่อของเธอยังถูกนำมาแบ่งยุคสมัย ที่บ่งชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างในแต่ละช่วงเวลาแห่งความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์เกย์

กะเทยไทยกลายเป็นเกย์!?!

“เวลาเห็นผู้ชายทำเป็นเก๊กแมน ดูก็รู้ว่าไม่ใช่ เราไม่ชอบเลย ‘อีแอบ’ พวกนี้” เป็นมุมมองของ ‘กบ’ ในวัยใกล้ 50 ปี เธอเป็นกะเทยแท้ ที่มีความชัดเจนในตัวเอง อีกทั้งมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์รุ่นราวคราวเดียวกันกลุ่มใหญ่ เธอไม่มีเพื่อนเป็น ‘เกย์’ ไม่เข้าใจและไม่ยอมรับพฤติกรรมที่เรียกกันว่า ‘อีแอบ’

นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ นักวิชาการจากศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ศึกษาข้อมูลพบว่า ‘กะเทย’ เป็นเพศคู่บ้านคู่เมืองของไทยและสังคมตะวันออกมาแต่ครั้งอดีต สังคมรับรู้การมีอยู่ของ ‘เพศที่สาม’ ขณะที่ ‘เกย์’ ซึ่งมีรากฐานและพัฒนาการต่อเนื่องในสังคมตะวันตก เพิ่งปรากฏต่อการรับรู้ของสังคมไทยในช่วงไม่เกิน 20 ปีที่ผ่านมา

“สังคมไทยรู้จักกะเทยมานาน ในอดีตพื้นที่ของกะเทยคือวัด งานเทศกาลสำคัญต่างๆ ที่กะเทยสามารถแสดงความเป็นหญิง” สิ่งที่บ้านเราคุ้นเคยกันมาตั้งแต่อดีตก็คืออากัปกิริยากระตุ้งกระติ้ง การแต่งเนื้อแต่งตัวที่แสดงออกชัดเจนว่าค่อนไปทางจะเป็นผู้หญิง

ส่วน ‘เกย์’ ที่หากจะเจาะจงลงไปว่าหมายถึงกลุ่มชายรักชาย ซึ่งอาจไม่เกี่ยวกับการแสดงออกถึงความเป็นหญิงอย่างกลุ่มกะเทย แม้จะมีอยู่แต่ก็แฝงตัวในหมู่ประชากรชายสามัญ เพราะไม่สามารถแสดงตัวในท่ามกลางสังคมที่มีแค่ ผู้หญิง ผู้ชาย และอนุญาตให้กะเทยเป็นเพศที่สาม

เกย์ปรากฏตัวขึ้นหลังจากมีโครงสร้างพื้นฐานมารองรับ ได้แก่สินค้าและบริการหลากชนิด ไม่ว่าจะเป็นสถานบริการ ผับ บาร์ สปาเกย์ สถาน ที่เหล่านี้ค่อยๆ ถือกำเนิดและลุกลามกลายเป็นแหล่งรวมตัวของชาวเกย์ที่กระจายตามจุดต่างๆ บทบาทคือการเป็นจุดนัดพบเพื่อการอวดหน้าตาและเรือนร่าง ก่อนจะนำไปสู่ระดับความสัมพันธ์ที่เพิ่มขึ้น ยังไม่นับสื่อหลากชนิด โดยเฉพาะยุคอินเตอร์เน็ต ที่ประสิทธิภาพในการส่งถ่ายข้อมูลข่าวสารยิ่งสูงขึ้นทั้งในเชิงคุณภาพและ ปริมาณ

คำสำคัญที่กำหนดตัวตนของเกย์ รวมไปถึงการรับรู้ของสังคมในยุคแรกๆ (จนถึงทุกวันนี้) คือ ‘เกย์คิง’ และ ‘เกย์ควีน’ ซึ่งเป็นการแบ่งแยกจากลักษณะกิริยาอาการ รวมไปถึงบทบาทในการมีเพศสัมพันธ์ อันน่าจะเป็นที่มาของ ‘อีแอบ’ คือแอบเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่ผู้ชายแท้ๆ แต่ก็ไม่สาวแตกเป็นตุ๊ดออกมาให้เห็นกันจะๆ เหมือนกลุ่มกะเทยแท้อย่างที่สังคมไทยคุ้นชิน

เกย์รุ่นใหม่ มัลติฟังค์ชั่น

“คิง-ควีน เป็นคำที่เชยไปแล้ว สมัยนี้เราใช้คำว่า ‘รุก-รับ’ หรือ ‘passive-active’ แล้วก็ยังมี both มี bi มีอีกหลายอย่าง”

‘ตั๊ก’ จำกัดความตัวเองว่าเป็นหนึ่งในสมาชิกชาวเกย์ยุค ‘หลังมาดอนนา’ โดยชี้ว่าจุดเปลี่ยนที่สำคัญอยู่ตรงการไม่แบ่งเป็น ‘เกย์คิง’ ที่ผูกขาดบทบาทการเป็นฝ่ายรุก และ ‘เกย์ควีน’ ที่จ้องแต่จะรับฝ่ายเดียวอย่างแต่ก่อน

“เกย์สมัยนี้ไม่ได้แบ่งตรงที่ใครแมนใครสาว แล้วจะเป็นตัวมากำหนดบทบาทว่าใครเป็นอะไรบนเตียง มันวาไรตี้มากขึ้น บางคนดูสาวแต่เขาแอ็คทีฟ ขณะที่บางคนแมนล่ำกล้ามบึ่กแต่กลับเป็นฝ่ายรับ”

โดยยอมรับร่วมกันก่อนว่าการ ‘หาคู่’ ของเกย์มีวิถีทาง ที่อาจจะแตกต่าง (หรือไม่แตกต่างในบางกรณี) จากความสัมพันธ์ชาย-หญิง การเจอคนถูกใจในสถานที่ซึ่งเป็นเสมือนแหล่งนัดพบ สปา บาร์ ผับ ฯลฯ เพื่อจะสานสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น (แต่อาจไม่ยั่งยืน) จึงถือเป็นเรื่องธรรมดา

“ความซับซ้อนดูไม่ออกแบบนี้ บางทีก็มีปัญหาเหมือนกันนะ อย่างบางทีพอ pick up ไปแล้ว อ้าว passive ทั้งคู่ ทำให้ต้องมีการปรับตัว คือ ฉันก็ไม่ปลื้มนักหรอกนะ แต่ก็ active ได้ ไหนๆ ก็มาด้วยกันแล้ว” ตั๊ก เล่าแบบตรงไปตรงมาเพื่อให้เกิดความเข้าใจในสิ่งที่คนทั่วไปอาจมองเป็นความ วุ่นวายสับสนถึงขีดสุด ขณะที่เกย์ยุคก่อนหน้าอาจจะบอกว่า “ก็แบ่งเป็นคิงกับควีนซะยังจะง่ายกว่า”