Siam Capital

Oct 16

สนใจ ทัวร์ต่างประเทศ เชิญได้ที่ etravelway

ชิราคาวา-โก

“ชิราคาวา-โก” หมู่บ้านในตำนาน (เดลินิวส์)

ภาพหมู่บ้านหลังคามุงหญ้าที่มีเพียง 10 หลังคาเรือน ซึ่งซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขาที่มีหิมะปกคลุมเกือบตลอดทั้งปี อาจเหลือเพียงแค่ความทรงจำ เพราะสภาพอากาศที่เลวร้ายซึ่งส่งผลต่อการดำรงชีวิต ทำให้กลุ่มชนชาวไฮคิ (Heiki) ที่เคยอพยพจากเกียวโต ซึ่งมีฐานะเป็นเมืองหลวงในขณะนั้น ตัดสินใจทิ้งถิ่นฐานอีกครั้ง

ณ ที่ราบเชิงเขาฮาคูซานอันศักดิ์สิทธิ์ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ตัดสินใจที่จะซื้อที่ดินในบริเวณนี้ไว้ ด้วยความตั้งใจที่จะอนุรักษ์ธรรมชาติให้คงอยู่ โดยจัดตั้งสถาบันสิ่งแวดล้อมโตโยต้าชิราคาวา-โกขึ้น โดยได้รับแรงบันดาลใจจากชื่อหมู่บ้าน แม้จะอนุรักษ์ผืนป่าโดยรอบเอาไว้แต่หมู่บ้านเล็ก ๆ ตรงนั้นกลับเหลือเพียงตำนาน แต่ใช่ว่าบ้านโบราณแบบที่เคยเห็นในการ์ตูนญี่ปุ่นแนวย้อนยุคจะไม่มีหลงเหลือ ให้เห็น

ท่ามกลางเทือกเขาแอลป์ของญี่ปุ่น ห่างจากเมืองทาคายามาไปราว 50 กิโลเมตร ที่นี่คน 600 คน ยังคงใช้ชีวิตในหมู่บ้านที่ชื่อโอกิมาชิ (Ogimachi) ส่วนหนึ่งของชิราคาวา-โก ที่อยู่ริมแม่น้ำโชกาว่า (Shogawa) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกที่มีชีวิตเมื่อปี ค.ศ. 1995 โดยมีบ้านแบบญี่ปุ่นกลางใหม่กลางเก่ากับบ้านแบบกัสโชสึคุริ (Gassho-zukuri) ผสมปนเป กันอยู่

บ้านแบบกัสโชสึคุริ เป็นบ้านชาวนาโบราณที่มีอายุมากกว่า 250 ปี คำว่า “กัสโช” มีความหมายว่า พนมมือ ซึ่งเป็นการบ่งบอก ถึงลักษณะรูปแบบของบ้านที่มีหลังคามุงด้วยฟางข้าวชันถึง 60 องศา คล้ายสองมือที่พนมเข้าหากัน ตัวบ้านมีความยาวประมาณ 18 เมตร และมีความกว้าง 10 เมตร สร้างขึ้นโดยไม่ใช้ตะปู

เพราะมีองค์ประกอบหลักของบ้าน  แต่ละหลังเป็นไม้และฟางข้าว สิ่งที่ควรระวังเป็นอันดับหนึ่งของชุมชนนี้ก็คือเรื่องไฟ และการสูบบุหรี่ถือเป็นหนึ่งในข้อห้ามเช่นเดียวกับการจุด พลุ เพราะบ้านแต่ละหลังจะต้องต่อสู้กับศัตรู 3 แบบคือ การเสื่อมโทรมตามกาลเวลา ไฟ และหิมะ

การร่วมแรงร่วมใจกันซ่อมแซมหลังคาจากผู้คนในหมู่บ้านซึ่งเรียกกันว่า ยูอิ (Yui) เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตผู้คนที่อาศัยอยู่ในชิราคาวา-โก เพราะนี่คือหนึ่งในปัจจัยที่จะรักษามรดกโลกอันล้ำค่านี้ไว้ หลังฤดูเกี่ยวข้าวสิ้นสุดลงก่อนที่ท้องฟ้าอันสดใสและอากาศกำลังเย็นสบายของ ฤดูใบไม้ร่วงกำลังจะผ่านเข้าสู่ฤดูหนาว พวกเขาจะลงแรงกันอย่างแข็งขันเพื่อเปลี่ยนหลังคาให้เสร็จภายใน 4 วัน โดย 3 วันแรกจะเป็นการถอดเอาหลังคาเก่าออก และจะใส่หลังคาใหม่เสร็จภายในเวลาเพียง 1 วัน

ขณะที่การระวังไฟจะมีการแต่งตั้งหน่วยลาดตระเวนออกตรวจตรารอบ ๆ บริเวณหมู่บ้านอยู่อย่างสม่ำเสมอ และในบางครั้งการฉีดน้ำด้วยสปริงเกอร์ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งจำเป็นของหมู่บ้าน แห่งนี้ แม้ว่าจะอยู่ท่ามกลางหุบเขาที่แวดล้อมด้วยความชุ่มชื้นจากผืนป่า และละอองน้ำจากสายน้ำสีเขียวมรกตที่อยู่เบื้องล่าง

ส่วนในช่วงฤดูหนาวภายใต้ภาพความสวยงามของหมู่บ้านที่อยู่ท่ามกลางหิมะขาว โพลนนั้น นี่กลับเป็นอีกห้วงเวลาที่ชุมชนต้องต่อสู้กับธรรมชาติ ในช่วงเดือนธันวาคมถึงมีนาคม ท่ามกลางหิมะที่ปกคลุมหนาถึง 2-3 เมตร พวกเขาจำเป็นต้องปีนขึ้นไปบนหลังคาเพื่อกวาดหิมะลงมาเพื่อไม่ให้มันมาเกาะ แน่นจนทำให้หลังคาฟางข้าวกลายสภาพเป็นน้ำแข็ง

แต่ใช่ว่าจะมีแต่การต่อสู้กับสภาพอากาศอันหนาวเหน็บเท่านั้น ใน ช่วงเวลาเดียวกันนี้โดยเฉพาะในคืนวันเสาร์ของเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ หมู่บ้านแห่งนี้จะเปิดไฟที่ประดับตกแต่ง เพื่อเผยให้เห็นมนต์เสน่ห์แห่งความ สวยงามในยามค่ำคืน

ขณะที่กระแสลมแรงขนาดไต้ฝุ่นหรือน้อยกว่าไม่เคยส่งผลกระทบต่อหมู่บ้านที่ ตั้งอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำ เพราะบ้านเรือนที่ตั้งโดยหันหลังคาไปทางทิศตะวันตกและตะวันออกนั้น จึงทำให้ปลอดภัยจากกระแสลมที่พัดจากเหนือลงใต้ไปตามลำน้ำ

ก่อนศตวรรษที่ 16 ในบริเวณนี้ เคยมีบ้านแบบกัสโชเพียง 50 หลัง จนมาถึงช่วงปลายสมัยเอโดะเพิ่มขึ้นเป็น 80 หลัง ก่อนจะเพิ่มขึ้นรวมกันแล้วกว่า 100 หลังในช่วงกลางสมัยเมจิ โดยมีถนนสายเล็ก ๆ เชื่อมโยงหมู่บ้านทั้งหมดไว้ด้วยกัน จนในปี ค.ศ. 1890 รัฐบาลญี่ปุ่นได้ตัดถนนมายังหมู่บ้านแห่งนี้ นับตั้งแต่นั้นแบบสไตล์ญี่ปุ่นแบบใหม่ก็เริ่มเกิดขึ้น ปัจจุบันมีบ้านแบบกัสโชดั้งเดิมอยู่ในเขตชิราคาวา-โกทั้งสิ้น 113 หลัง และบ้านสไตล์ญี่ปุ่นอีก 329 หลัง

การเยี่ยมเยือนโอกิมาชิแบบผ่านมาแล้วก็ผ่านไปเพียงครึ่งวันหรือหนึ่งวัน อาจไม่ทำให้สัมผัสความงดงามของหมู่บ้านนี้ได้เต็มที่ หลาย คนจึงเลือกที่จะพักค้างคืนในหมู่บ้านอันเงียบสงบเพื่อใช้เวลาในการสำรวจ ชีวิตและ ความเป็นไปที่ยังคงอยู่ราวกับเข็มนาฬิกาไม่เคยหมุน แต่หากมีเวลาเพียงเล็กน้อย บ้านวาดะเกะ (Wadake) บ้านฟูรูซาโต (Furusato) และวัดเมียวเซนจิ ซึ่งสร้างขึ้นจากไม้และฟางข้าวเช่นกัน น่าจะเป็นจุดสำคัญที่ต้องแวะเข้าไปเยี่ยมชม แม้ว่าอาจจะต้องจ่ายค่าเข้าชมอีกคนละ 300  เยนก็ตาม

นอกจากค่าเที่ยวชมแล้ว บางคนอาจต้องสลายเงินเยนไปกับของที่ระลึกน่ารักสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งมีขายเฉพาะในเขตนั้น ๆ ไอศกรีมหลากหลายรสที่มีโมเดลคอยยั่วยวนให้น้ำลายหก หรือ เต้าเจี้ยวหมักหมูย่างบนใบไม้ สูตรเฉพาะของชิราคาวาที่มีโอกาสได้ลิ้มลอง

Oct 14

สนใจ ทัวร์ต่างประเทศ เชิญได้ที่ etravelway

เที่ยวเกาหลี ไม่มีเกาเหลา (กรุงเทพธุรกิจ)

ไทยกับเกาหลีใต้ เพิ่งสถาปนาความสัมพันธ์ อย่างเป็นทางการมากว่า 50 ปีนี้เอง แต่ก่อนหน้านั้นไทยเคยส่งทหารไปร่วมรบในสงครามเกาหลี ภายใต้กองกำลังสหประชาชาติ หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และยุติส่งกำลังทหารไปเกาหลีใต้ในปี 2515 เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งได้สงบลงแล้ว

ใน ระยะหลังมานี้วัฒนธรรม ส่งออกจากเกาหลีใต้เป็นที่นิยมในประเทศไทยอย่างมาก ทั้งภาพยนตร์ ละคร เพลง แม้กระทั่งการแต่งกาย ขณะเดียวกันเกาหลีใต้ก็เป็นจุดหมายยอดนิยมแห่งหนึ่งของนักเดินทางจากไทย

เกาหลีใต้ มีวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อันยาวนาน มี “กรุงโซล” ตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำฮานกังเป็นเมืองหลวง กรุงโซลแห่งนี้เองได้ผสมผสานทั้งความเก่าแก่และความทันสมัยไว้ด้วยกันอย่าง ดี

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนกรุงโซล ส่วนใหญ่มักทำความรู้จักกับสถานที่สำคัญหลายแห่ง ทั้ง พระราชวังเคียงบ็อก หมู่พระราชวังชางด็อกกุง พิพิธภัณฑ์ วัดเก่าๆ หลายแห่ง รวมทั้งทำเนียบประธานาธิบดี หรือ เดอะ บลู เฮาส์  ซึ่งหากจะชมทัศนียภาพมุมสูงของเมืองก็ต้องใช้บริการเคเบิลคาร์

สำหรับ นักท่องเที่ยวแบบ แบ็คแพ็คเกอร์ที่มีเวลามากอาจเดินทอดน่องเที่ยวชมตลาดนัมแดมุน ซึ่งมีทั้งของสดและของแห้ง ประเภทเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ให้เลือกซื้อ ส่วนตลาดทงแดมุน อยู่ติดกับสนามกีฬาโอลิมปิก ก็เป็นตลาดกลางคืนที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

การ เดินทางไปเกาหลีต้องวางแผน ล่วงหน้า เตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับอากาศ วางแผนทั้งการเดินทาง ที่พัก และอาหารการกิน ซึ่งปัจจุบันนี้มีวัดหลายแห่งเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเข้าไปพักอาศัย เรียนรู้วัฒนธรรมวิถีพุทธไปในตัว

Oct 9

Fast Train to London (Front)

ใครที่หมายมั่นปั้นมือ จะไปเยือนกรุงลอนดอน โปรดทราบ…โลกกลม ๆ ใบนี้เล็กลงขึ้นทุกวันการจะโบยบินไปทำฝันให้เป็นจริงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อ ไป แค่มีใจกับเวลาไม่กี่วัน (บวกตังค์ติดกระเป๋าอีกนิดหน่อย) คุณก็สามารถไปทำเก๋เป็นลอนดอนเนอร์กับเขาได้แล้ว
การเดินทาง


สายการบินที่บินตรงกรุงเทพ-ลอนดอน มีให้เลือกหลากหลาย รักใครชอบบริการสายการบินไหนก็เลือกตามสะดวก ลอนดอนมีสนามบินใหญ่ ให้เลือกว่าจะลงที่ London Heathrom หรือ Gatwick ซึ่งทั้ง 2 แห่งมีรถไฟสายตรงเข้าลอนดอน แต่ขอแนะนำ Gatwick นอกจากจะไม่จอแจวุ่นวาย เหมือน Heathrom แล้ว ยังอยู่ใกล้เมืองกว่าอีกด้วย และที่ชอบที่ซู๊ดคือค่าตั๋วเครื่องบินจะถูกกว่าถ้าเลือกลงที่นี่พอลงเครื่อง ปุ๊บ ก่อนจากแอร์พอร์ต ก็อย่าลืมมองหาบู้ธ Information ที่มีโบร์ชัวร์รายละเอียด สถานที่ท่องเที่ยวตารางการเดินรถ ทั้งรถเมล์ รถไฟ เป็นประโยชน์ ช่วยร่นเวลามากทีเดียว

เที่ยวไหนในลอนดอน


แหล่ง ท่องเที่ยวในลอนดอนมีอยู่ยุ่บยั่บไปหมด ประมาณว่าถ้าจะเที่ยวให้ทั่วต้องอยู่ซัก 5-7 วันขึ้นไป และถ้าไม่อยากหมดตัวเพราะค่าแท็กซี่ ควรอย่างยิ่งที่จะหาชื้อ Travel Card บัตรโดยสารที่ใช้ได้ทั้งรถเมล์ และรถไฟใต้ดินที่ลอนดอนเนอร์เขาเรียกกันว่า Tube บัตรนี้เริ่มใช้ได้ตั้งแต่เก้าโมงครึ่งไปจนถึงเที่ยงคืน สนนราคาก็เริ่มตั้งแต่สี่ปอนด์ครึ่งจนถึงหกปอนด์ และเพื่อไม่ให้เสียชื่อเมืองที่มีค่าครองชีพแพงสุดในยุโรป ราคาที่ว่านี่จึงเป็นแบบวันต่อวัน ไม่ใช่สามวันห้าวันอย่างเมืองอื่นเขา ทริปนี้ขอพาคุณกวาดลอนดอนรวบรัดในสามวันไปก่อนด้วยสถานที่มิควรพลาดดังต่อไปนี้

British Museium (Tube:Russell Sq.)

ถือเป็นอีกหนึ่งเจ้าหญิงที่ทั้งสวยทั้งฉลาดของลอนดอนที่นี่คือหนึ่งใน พิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในโลก เทียบชั้นได้กับ Louver ของปารีส และ The Metropolitan ของนิวยอร์ค ปกติแล้วเขาไม่เก็บค่าเข้าแต่ถ้าใช้บริการทัวร์ ก็จะได้ทั้งความรู้และประหยัดเวลา เพราะเพียงแค่ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น ค่าไกด์แปดปอนด์บริการทัวร์มีทุกวันตอบสิบโมงครึ่ง
Buckingham Palace (Tube:St. James s Park)

ไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้คือการเปลี่ยนเวรยามของราชองครักษ์ (Changing the Guard)ที่จะเริ่มประมาณ 11 โมงครึ่งถ้าจะให้ดีควรไปจองที่เล็งกันตั้งแต่ 10 โมงเช้านู่น อ้อ ถ้าเป็นช่วงสิงหาคม-กันยายนจะมีการเปิดให้เข้าชมภายในพระราชวังด้วย ค่าเข้าชมก็คนละ 13 ปอนด์

Big Ben, House of Parliament และ the London Eye (Tube:Westminster)

หอนาฬิกาและตึกรัฐสภา สถาปัตยกรรมโกธิคไม่กี่แห่งในลอนดอนที่อลังการสมคำร่ำลือ สัญลักษณ์ของประเทศอังกฤษที่ไม่ควรพลาดด้วย ประการทั้งปวง ส่วน London Eye ที่หน้าตาเหมือนชิงช้าสวรรค์ขนาดยักษ์ เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อไม่กี่ปีมานี่เอง แต่ฮิตมากๆในหมู่นักท่องเที่ยว ถ้าให้ดีน่าจะไปช่วงก่อนเที่ยวเพราะนักท่องเที่ยวเยอะมากกก…ต้องต่อแถวกัน ยาวเหยียดค่าขึ้น London Eye อยู่ที่ 12.50 ปอนด์ ใกล้ๆ กันยังมีแกลเลอรีอีกสองสามแห่งที่ดูเข้าท่าเข้าทางที่สุดคือ Dali Universe ซึ่งรวมผลงานของศิลปินชื่อก้องชาวสเปนอย่าง Salvador Dali

Tower Bridge,Tower of London (Tube:Tower Hill)
สะพานข้ามแม่น้ำเทมส์ที่มีหลายคนลงความเห็นว่าเป็นสะพาน ที่มีคนถ่ายรูปมากที่สุด ใกล้ๆ กันเป็นทาวเวอร์ ออฟลอนดอนซึ่งคนที่สนใจประวัติศาสตร์ คงถูกใจกับหอคอยทรมานมนุษย์ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีอดีตกษัตริย์ และราชินีหลายๆ พระองค์ถูกประหาร รวมถึงโอรสสองพระองค์ที่มีอายุเพียง 11 และ 13 พรรษาของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่สี่ ค่าเข้า 14.50 ปอนด์ขาดตัวถ้าอยากชมแบบได้เนื้อได้น้ำ ขอแนะนำให้ใช้บริการ Audio Tour จ่ายเพิ่มอีกสามปอนด์

National History Museum,Science Museum (Tube:S.Kensington)
ทั้งสองแห่งนี้คงถูกใจคนรักมิวเซียมแต่ใครที่ไม่นิยมการเดินชมพิพิธภัณฑ์ รับรองว่าคุณต้องเปลี่ยนใจแถวทั้งสองที่ฟรีค่าเข้าชมอีกต่างหากทั้งยังอยู่ ใกล้ ๆ กันอ้อยอิ่งได้หนึ่งวันเต็มๆ เพราะทุกเรื่องราวชมเพลินจริง ๆ
Original London Walks
สำหรับคนที่ขี้เกียจแพลนเส้นทางเองหรือไม่มีเวลา สามารถไปร่วมเดินชมเมืองได้กับทัวร์ต่าง ๆ สำหรับนักท่องเที่ยว มีหลากหลายเส้นทางให้เลือก แล้วแต่ความสนใจ เช่น ทริปลิตเติ้ลเวนิส   ทริปตามรอยเท้า แจ็ค เดอะ ริปเปอร์ หรือ ทริปผับวอล์ก ไม่ต้องวุ่นวายจอง แค่ไปตามเวลาและสถานที่นัดหมายเท่านั้น สามารถหาข้อมูลได้ที่ http://www.walks.com/ หรือแผ่นพับตามสนามบินและสถานีรถไฟใหญ่ๆ ใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงต่อทริป เหมาะสำหรับคนชอบเดิน
ช็อปปิ้ง


ทุกครั้งที่ควักกระเป๋าจ่ายอะไรในลอนดอน คุณอาจเกิดอาการน้ำตาตกเล็กน้อยเพราะที่นี่ขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องของแพงไม่ เป็นสองรองใคร แต่มาถึงที่แล้วก็ต้องถึงไหนถึงกัน ไปช็อปกันเลยดีกว่า

Oxford Street,Regent Street (Tube:Bond St.)
ถนนช็อปปิ้งตลอดทั้งสาย มีร้านรวงให้เดินเข้าออกไม่หวาดไม่ไหว ทั้งร้านซีดี หนังสือ เสื้อผ้า รวมถึงร้านของเล่น ที่ว่าเจ๋งที่สุดในโลกอย่าง Hamleys ที่มีของเล่นให้เลือกกว่า 50,000 ชิ้น Soho,China Tower (Tube:Tottenham Court Rd.) แหล่งโปรดของสาวจอมซนที่สนใจชื้อของฝากจากเซ็กซ์ซ็อป และของอร่อยถูกปากราคาไม่แพง โดยเฉพาะคุณๆ ที่ไม่โปรดปรานอาหารฝรั่ง สามารถเลือกหม่ำทั้งอาหารไทย จีน ที่รสชาติประหนึ่งอยู่เมืองไทย เพราะมีทุกอย่างตั้งแต่ข้าวสาร สะตอ กะปิ น้ำปา และแม้แต่ทุเรียน
Harrods (Tube:Knightsbridge)
ห้างหรูอันดับหนึ่งของลอนดอนนอกจากคนชอบกินจะหลงรัก Food Court ของนี่แล้วอย่าลืมสำรวจห้องน้ำเขาด้วยละ
Car Booth Sales
อาจจะต้องยืดวันกลับหน่อย เพราะที่นี่เปิดเฉพาะวันอาทิตย์ ของที่เอามาเปิดท้ายรถขายส่วนใหญ่จะเป็นของที่คนอยากโละออกจากบ้านจึงมีหลาก หลายประเภทและถูกสุด ๆ งานนี้ตาดีได้ตาร้ายเสีย
Charity Shop
ถ้าคุณไม่รังเกียจของมือสองที่บริจาคมาที่นี่คือสวรรค์ของคนชอบของถูกโดยมาก จะอยู่ตามเมืองเล็ก ๆ มีของทุกอย่างตั้งแต่เสื้อผ้า ชุดชั้นใน เครื่องแก้ว หนังสือ ถูกเหลือเชื่อ
Don t Miss
มาเยือนเมืองไทยต้องกินต้มยำกุ้งฉันใด ไปอังกฤษต้องได้กินฟิชแอนด์ชิพส์ฉันนั้น อร่อยอย่าบอกใครใครที่เคยลิ้มรสเมนูนี้ที่เมืองไทยรับรองได้ว่าต้นตำรับไม่ เหมือนกับที่ขายในบ้านเราแน่ สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้โดยเด็ดขาดไม่ว่าคุณจะไปลอนดอนฤดูใดก็ตามก็คือเสื้อ ผ้าสำหรับอากาศร้อน หนาว ฝน เพระอย่าลืมว่าอังกฤษนั่นก็คือ เกาะดี ๆ นี่เอง อากาศเลยแปรปรวนตลอดเวลา แม้แต่คนอังกฤษเองยังบอกว่าเขามีสามฤดูในหนึ่งวันก่อนออกไปไหนควรเช็ค พยากรณ์
อากาศล่วงหน้า ที่นี่เขาอัพเดทกันทุกชั่วโมง
ถ้ามีเวลาอย่าลืมไปนั่งละเอียดชาเสพย์บรรยากาศให้สบายอารมณ์สมกับอยู่อังกฤษ คนอังกฤษถือว่าชาไม่ใช่เป็นเพียงแค่เครื่องดื่ม แต่เป็นวัฒนธรรมในการใช้ชีวิต คนอังกฤษบริโภคชามากที่สุดในโลก เฉลี่ยประมาณคนละห้าแก้วต่อวัน ถ้าไม่รู้จะดื่มชาอะไร ลองเอิรล์เกรย์สุดคลาสสิค ชารสละมุนกรุ่นกลิ่นเบอร์กาม็อต ที่ดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น
อีกหนึ่งวัฒนธรรม อังกฤษที่ห้ามพลาดคือผับ ที่บ้านเขาต่างกับบ้านเราตรงที่มีผับอยู่ทั่วทุกหัวระแหง เด็ก ๆ สามารถเข้าไปแวะเข้าไปจิบน้ำส้มได้ด้วยเป็นที่นิยมของทุกคนในครอบครัว และเป็นที่เดียวที่คุณสามารถเริ่มต้นคุยกับคนแปลกหน้าโต๊ะข้าง ๆ ได้อย่างไม่เคอะเขิน ถ้าไปเที่ยวคนเดียวอย่าลืมพกสมุดบันทึกหรือโปสต์การ์ดที่จะส่งหาเพื่อนไป เขียนกันเก้อ แต่บอกไว้ก่อนว่าผับที่นี่เขาเปิดถึงห้าทุ่มเท่านั้น

สนใจ ทัวร์ต่างประเทศ เชิญได้ที่ etravelway

Oct 8

เป็น สิว ไม่ดีแน่ ยิ่งรอยแดงรอยดำมาสามัคคีชุมนุม ก็ยิ่งทำให้กลุ้มเข้าไปอีก…แต่ยุคนี้ไม่ต้องกลัวอีกแล้ว เพราะเรามีเครื่องมือมาช่วยทำให้สิวที่ไม่พึงปรารถนาและใบหน้าขรุขระกลาย เป็นเรื่องที่แก้ไขได้ง่าย ซึ่งโดยมากแพทย์มักแนะนำให้ใช้เป็นการเสริมการรักษาสิวที่มีอยู่ คือ การใช้ยาทาละลายการอุดตัน ใช้โลชั่นเพื่อควบคุมเชื้อสิว และรับประทานยาเพื่อรักษาอาการอักเสบ ซึ่งการรักษาหลายวิธีร่วมกันเหล่านี้จึงจะมีประสิทธิภาพ จนทำให้ความสวยใสไม่ได้อยู่ห่างไกลอีกต่อไปแล้ว

Oct 6

Biometric-safe กล่องนิรภัย! สแกนลายนิ้วมือ ปลดล็อคใช้งาน

เห็นครั้งแรกนึกว่าเป็น… กล่องเอกสาร หรือกล่องใส่ของกระจุกกระจิกเล็กๆ ธรรมดาซะอีก
ที่สามารถใช้กุญแจล็อกกล่องได้  แต่ไม่คิดเหมือนกันว่าจะเป็นกล่องเซฟนิรภัยไปได้
เพราะไม่เห็นมีปุ่มตัวเลขให้กด หรือกลไกอะไรให้หมุนใส่ “รหัสลับ” เลย

แต่พอได้อ่านถึงการใช้งานของกล่องใบนี้ ก็ถึงบางอ้อ….ว่า มันเป็นกล่องเซฟนิรภัยจริงๆ
เป็นเซฟไฮเทคใช้ระบบสแกนลายนิ้วมือ กับกุญแจ เพื่อเปิดกล่องเซฟใบนี้
แหม่.. เหมือนกับ USB นิรภัย! เลยนะเนี่ย

Biometric-safe กล่องเซฟนิรภัยแบบใหม่จากจีน ไม่ต้องจด ไม่ต้องจำ
ไม่ต้องมีรหัสลับให้ยุ่งยาก เพียงแค่ใช้นิ้วที่ถูกต้องเป็นรหัสผ่านเปิดเครื่อง
เท่านี้ของมีค่า เอกสารสำคัญก็ปลอดภัยจากการโจรกรรมแล้วค่ะ

อันที่จริงเซฟแบบนี้ก็ดีนะค่ะ พกพาสะดวก เวลาไปเที่ยวก็นำติดตัวไปด้วยได้
เอาไว้เก็บของมีค่า เวลาที่เราไม่อยู่ในห้องพัก ปลอดภัยหายห่วง

อ้าว.. แล้วเพื่อนๆ คุณหญิง คุณนาย เศรษฐีทั้งหลาย ที่มีเงินทอง เพชรนิลจินดา
เก็บไว้ในเซฟนิรภัยที่บ้านท่าน แน่ใจหรือยังว่า “รหัสลับ” นั้นปลอดภัยจำได้แน่นอน
แหม่ๆ บางทีรหัส 4 ตัว หรือมากกว่านั้น มันก็ยุ่งยากกับการจดจำให้ปวดหัว
เดี๋ยวกดผิด กดถูก เดากันมั่ว ทั้งเจ้าของเซฟ ทั้งขโมย [เบื่อจริงๆ]

แหล่งที่มา:

www.chinavasion.com/product_info.php/pName/fingerprint-access-safe-executive-biometric-security-box/