Siam Capital

Jun 25

ชาวราศีตุลย์
เป็นคนที่ชอบความสมดุลย์ จะทำอะไรมักอยู่ระหว่างกึ่งกลาง กาแฟที่เหมาะจึงได้แก่มอคค่า

ชาวราศีพิจิก
ชาว ราศีพิจิกเป็นคนลึกลับ ชอบคิดเรื่องราวต่างๆ ภายในใจ มีจินตนาการสูง สามารถคิดเรื่องต่างๆ ได้เป็นเวลานาน ไม่ชอบแสดงออกทางความคิดให้คนอื่นได้รู้ กาแฟที่เหมาะจึงได้แก่ เอสเปรสโซ

ชาวราศีธนู
ชาวราศ๊ธนูชื่นชอบสายลมและแสงแดดเป็นที่สุด มีความคิดอิสระ กาแฟที่เหมาะได้แก่กาแฟของเทนซาเนีย

ชาวราศีมังกร
ชาวราศีมังกรเป็นคนนิยมในการดื่มกาแฟ ชอบสินค้าที่มียี่ห้อหรูหรา ชอบชีวิตที่เรียบแต่ไม่ง่าย กาแฟที่เหมาะจึงได้แก่บลูเมาท์เท้นท์

ชาวราศีกุม
ชอบ ทำอะไรด้วยตัวเอง ชอบเปลี่ยนสิ่งต่างๆ อยู่เสมอ ไม่ยอมรับความคิดของใครง่ายๆ หากยังไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวเอง จึงไม่มีกาแฟประจำ แต่มักจะลองไปเรื่อยๆ

ชาวราศีมีน
นิยมการเติมน้ำตาลในกาแฟ ชอบอาหารรสหวาน ชอบกาแฟที่ไม่ขมมากนัก กาแฟที่เหมาะจึงเป็นมอคค่า

ชาวราศีเมษ
ชอบการผจญภัย ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ผจญภัย กาแฟที่เหมาะได้แก่เอสเพรสโซของเคนย่า

ชาวราศีพฤษภ
ชาวราศีนี้มีความมั่นคงในจิตใจ ตั้งใจจริง ชอบความสุขุมใส่ใจสุขภาพ กาแฟของราศีนี้คือ เอสเพรสโซของกัวเตมาลา

ชาวราศีเมถุน
ไม่ชอบการอยู่กับที่ ชอบเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ กาแฟที่ดื่มมักจะเปลี่ยนไปตามอารมณ์ แต่กาแฟที่เหมาะน่าจะเป็นกาแฟปาปัวนิวกินี

ชาวราศีกรกฎ
ชาวราศีนี้มีจิตใจอ่อนโยน อ่อนไหว มักไม่ชอบกาแฟรสเข้มข้นจึงเหมาะกับลาเต้ หรือคาปูชิโน

ชาวราศีสิงห์
ชาวราศีนี้ชอบตามแฟชั่น มักไม่มีกาแฟประจำ เปลี่ยนแปลงตามความนิยมเสมอ แต่ส่วนใหญ่แล้วมักชอบทานคาปูชิโน ไม่ก้พวกกาแฟเย็นปั่น

ชาวราศีกันย์
ชาวราศีกันย์มักชอบอะไรเดิมๆ ไม่เปลี่ยนแปลงนิยมของเก่า และใช้ชีวิตเรียบๆ กาแฟที่เหมาะจึงได้กาอเมริกาโน หรือเอสเพรสโซของโคลัมเบีย

Jun 18

ส่องสถานการณ์เกย์รุ่นใหม่ ไม่สนคิง-ควีน เช็คกระแสแรง ‘เกย์แมน’ เบียดกะเทยไทยไร้ที่ยืน แห่ผันตัวเป็นเกย์สาว

“เราเป็นเกย์ยุคหลังมาดอนนา” ..ชื่อของเธอยังถูกนำมาแบ่งยุคสมัย ที่บ่งชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างในแต่ละช่วงเวลาแห่งความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์เกย์

กะเทยไทยกลายเป็นเกย์!?!

“เวลาเห็นผู้ชายทำเป็นเก๊กแมน ดูก็รู้ว่าไม่ใช่ เราไม่ชอบเลย ‘อีแอบ’ พวกนี้” เป็นมุมมองของ ‘กบ’ ในวัยใกล้ 50 ปี เธอเป็นกะเทยแท้ ที่มีความชัดเจนในตัวเอง อีกทั้งมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์รุ่นราวคราวเดียวกันกลุ่มใหญ่ เธอไม่มีเพื่อนเป็น ‘เกย์’ ไม่เข้าใจและไม่ยอมรับพฤติกรรมที่เรียกกันว่า ‘อีแอบ’

นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ นักวิชาการจากศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ศึกษาข้อมูลพบว่า ‘กะเทย’ เป็นเพศคู่บ้านคู่เมืองของไทยและสังคมตะวันออกมาแต่ครั้งอดีต สังคมรับรู้การมีอยู่ของ ‘เพศที่สาม’ ขณะที่ ‘เกย์’ ซึ่งมีรากฐานและพัฒนาการต่อเนื่องในสังคมตะวันตก เพิ่งปรากฏต่อการรับรู้ของสังคมไทยในช่วงไม่เกิน 20 ปีที่ผ่านมา

“สังคมไทยรู้จักกะเทยมานาน ในอดีตพื้นที่ของกะเทยคือวัด งานเทศกาลสำคัญต่างๆ ที่กะเทยสามารถแสดงความเป็นหญิง” สิ่งที่บ้านเราคุ้นเคยกันมาตั้งแต่อดีตก็คืออากัปกิริยากระตุ้งกระติ้ง การแต่งเนื้อแต่งตัวที่แสดงออกชัดเจนว่าค่อนไปทางจะเป็นผู้หญิง

ส่วน ‘เกย์’ ที่หากจะเจาะจงลงไปว่าหมายถึงกลุ่มชายรักชาย ซึ่งอาจไม่เกี่ยวกับการแสดงออกถึงความเป็นหญิงอย่างกลุ่มกะเทย แม้จะมีอยู่แต่ก็แฝงตัวในหมู่ประชากรชายสามัญ เพราะไม่สามารถแสดงตัวในท่ามกลางสังคมที่มีแค่ ผู้หญิง ผู้ชาย และอนุญาตให้กะเทยเป็นเพศที่สาม

เกย์ปรากฏตัวขึ้นหลังจากมีโครงสร้างพื้นฐานมารองรับ ได้แก่สินค้าและบริการหลากชนิด ไม่ว่าจะเป็นสถานบริการ ผับ บาร์ สปาเกย์ สถาน ที่เหล่านี้ค่อยๆ ถือกำเนิดและลุกลามกลายเป็นแหล่งรวมตัวของชาวเกย์ที่กระจายตามจุดต่างๆ บทบาทคือการเป็นจุดนัดพบเพื่อการอวดหน้าตาและเรือนร่าง ก่อนจะนำไปสู่ระดับความสัมพันธ์ที่เพิ่มขึ้น ยังไม่นับสื่อหลากชนิด โดยเฉพาะยุคอินเตอร์เน็ต ที่ประสิทธิภาพในการส่งถ่ายข้อมูลข่าวสารยิ่งสูงขึ้นทั้งในเชิงคุณภาพและ ปริมาณ

คำสำคัญที่กำหนดตัวตนของเกย์ รวมไปถึงการรับรู้ของสังคมในยุคแรกๆ (จนถึงทุกวันนี้) คือ ‘เกย์คิง’ และ ‘เกย์ควีน’ ซึ่งเป็นการแบ่งแยกจากลักษณะกิริยาอาการ รวมไปถึงบทบาทในการมีเพศสัมพันธ์ อันน่าจะเป็นที่มาของ ‘อีแอบ’ คือแอบเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่ผู้ชายแท้ๆ แต่ก็ไม่สาวแตกเป็นตุ๊ดออกมาให้เห็นกันจะๆ เหมือนกลุ่มกะเทยแท้อย่างที่สังคมไทยคุ้นชิน

เกย์รุ่นใหม่ มัลติฟังค์ชั่น

“คิง-ควีน เป็นคำที่เชยไปแล้ว สมัยนี้เราใช้คำว่า ‘รุก-รับ’ หรือ ‘passive-active’ แล้วก็ยังมี both มี bi มีอีกหลายอย่าง”

‘ตั๊ก’ จำกัดความตัวเองว่าเป็นหนึ่งในสมาชิกชาวเกย์ยุค ‘หลังมาดอนนา’ โดยชี้ว่าจุดเปลี่ยนที่สำคัญอยู่ตรงการไม่แบ่งเป็น ‘เกย์คิง’ ที่ผูกขาดบทบาทการเป็นฝ่ายรุก และ ‘เกย์ควีน’ ที่จ้องแต่จะรับฝ่ายเดียวอย่างแต่ก่อน

“เกย์สมัยนี้ไม่ได้แบ่งตรงที่ใครแมนใครสาว แล้วจะเป็นตัวมากำหนดบทบาทว่าใครเป็นอะไรบนเตียง มันวาไรตี้มากขึ้น บางคนดูสาวแต่เขาแอ็คทีฟ ขณะที่บางคนแมนล่ำกล้ามบึ่กแต่กลับเป็นฝ่ายรับ”

โดยยอมรับร่วมกันก่อนว่าการ ‘หาคู่’ ของเกย์มีวิถีทาง ที่อาจจะแตกต่าง (หรือไม่แตกต่างในบางกรณี) จากความสัมพันธ์ชาย-หญิง การเจอคนถูกใจในสถานที่ซึ่งเป็นเสมือนแหล่งนัดพบ สปา บาร์ ผับ ฯลฯ เพื่อจะสานสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น (แต่อาจไม่ยั่งยืน) จึงถือเป็นเรื่องธรรมดา

“ความซับซ้อนดูไม่ออกแบบนี้ บางทีก็มีปัญหาเหมือนกันนะ อย่างบางทีพอ pick up ไปแล้ว อ้าว passive ทั้งคู่ ทำให้ต้องมีการปรับตัว คือ ฉันก็ไม่ปลื้มนักหรอกนะ แต่ก็ active ได้ ไหนๆ ก็มาด้วยกันแล้ว” ตั๊ก เล่าแบบตรงไปตรงมาเพื่อให้เกิดความเข้าใจในสิ่งที่คนทั่วไปอาจมองเป็นความ วุ่นวายสับสนถึงขีดสุด ขณะที่เกย์ยุคก่อนหน้าอาจจะบอกว่า “ก็แบ่งเป็นคิงกับควีนซะยังจะง่ายกว่า”

Jun 9

เรื่องราวอดีตรัก…อันขมขื่นของผู้ให้กำเนิด ทำให้เธอต้องลัดฟ้า…ไปไกลถึงดินแดนมังกร ถิ่นที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งทางธุรกิจ…ความริษยา…และมนต์ขลังของความ รัก วังวนของประวัติศาสตร์ กำลังจะเกิดซ้ำรอยเก่าขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับดนตรีแห่ง “ความรักบทใหม่” ก็เริ่มบรรเลงเช่นกัน

ทริยา เอกธำรงวรกุล บุตรสาวคนโตของ คุณชูวิทย์ และคุณ จันทนา นักธุรกิจอัญมณีชื่อดัง ทริยา เป็นหญิงสาวสวย รูปร่างสมส่วน เป็นคนจริงจังและไม่ยอมใคร ส่วน จีรนันท์ น้องสาวคนเดียวของเธอนั้น แตกต่างจากทริยาทั้งรูปร่างหน้าตา นิสัยใจคอ แต่ก็ไม่ทำให้ความรักระหว่างพี่น้องต้องเปลี่ยนแปลง ทริยารักและปกป้องน้องสาวคนนี้เสมอมา

ทริยา มี โสภณ เป็นคนรัก และมีโครงการจะแต่งงานกัน แต่ทั้งทริยาและโสภณต่างก็ดูไม่ออกว่า จีรนันท์แอบหลงรักว่าที่พี่เขย แต่เธอก็ไม่ต้องการแย่งชิงคนรักของพี่สาว
วันหนึ่ง ชูวิทย์ สั่งให้ ทริยา เดินทางไปฮ่องกงเพื่อพบกับ ฮุ่ยซัน มารดาบังเกิดเกล้าของเธอ ที่กำลังป่วยเป็นโรคมะเร็ง ทริยา รู้สึกสับสนมากแต่ก็ยินยอมเดินทางไปแต่โดยดี แม้จะยังไม่รู้หนทางข้างหน้าจะเป็นเช่นไร มีเพียงหยกลายเมฆสมบัติที่มารดามอบไว้ให้บิดาเธอเท่านั้นเป็นเพื่อนเดินทาง

ที่สนามบินฮ่องกง ทริยา ได้พบกับ มีมี่ น้องสาวของแม่เธอ มีมี่กอดหลานด้วยความรักและคิดถึง และรีบพาทริยาไปโรงพยาบาลทันที ทริยาโผเข้ากอดมารดา จากนั้นฮุ่ยซันก็สิ้นลมในเวลาต่อมา ทริยาจึงต้องอยู่จัดการศพของมารดาให้เรียบร้อยก่อน และได้มีโอกาสความรู้จักกับครอบครัวของมารดาที่ฮ่องกง เถ้าแก่หลอ คือคุณตาของเธอ เจ้าพ่อธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แห่งเกาะฮ่องกง มีมี่มีคนรักอยู่แล้วคือ คังจิน แต่เถ้าแก่หลอไม่เห็นด้วยหากมีมี่จะลงเอยกับคังจินจึงต้องคบกับคังจินไป เรื่อยๆโดยไม่มีการแต่งงาน น้าจิงจิง น้องสาวคนถัดจากมารดาของเธอ เป็นคนขี้อิจฉาและหวังจะครอบครองธุรกิจทั้งหมดแทนพี่สาว จิงจิงแต่งงานใหม่กับ หม่าเจา พ่อหม้ายลูกติดคือ ปีเตอร์ ซึ่งมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับทริยา ปีเตอร์เป็นคนที่มีความทะเยอทะยานและหัวสูง
คุณจาง ซึ่งเป็นอดีตคนรักเก่าของมารดา ทันที่ที่ ทริยา เห็นหน้าคุณจาง เธอรู้สึกไม่ถูกชะตากับหนุ่มใหญ่คนนี้เลย เนื่องจากเขาคือศัตรูหัวใจของบิดาเธอ ด้านคุณจาง มีภรรยาที่พิการชื่อ ซู่หลิง ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทฮุ่ยซันอีกด้วย

ปีเตอร์ มีแฟนสาวที่กำลังตั้งท้องอ่อนชื่อ เพ็กกี้ แต่เมื่อเขาได้พบกับ ทริยา เขากลับสนใจในรูปร่างหน้าตาและสมบัติของทริยา ปีเตอร์เริ่มตามติดทริยาตลอดเวลา ทำให้ เพ็กกี้ เริ่มไม่พอใจจึงนำเรื่องไปปรึกษา พอล พี่ชายของเธอ ซึ่งเป็นนักออกแบบจิวเวลลี่หนุ่มฝีมือชั้นเยี่ยมของฮ่องกง
พอลจึงคิดแผนการใก้ลชิดกับทริยา เพื่อกันไม่ให้ปีเตอร์มายุ่งกับทริยา ทำให้ แอนนา แฟนสาวของพอลไม่พอใจ ทางด้านทริยาเธอตั้งใจว่าเมื่อเสร็จงานศพเธอจะกลับเมืองไทยทันที แต่ มีมี่ คัดค้านไว้ เพราะเธอรู้ดีว่าเถ้าแก่หลอต้องการให้ทริยาเป็นผู้รับช่วงต่อจากฮุ่ยซัน ทริยาจึงมีปากเสียงกับเถ้าแก่หลอ จนเขาต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วน แต่เขาไม่ยอมรับการผ่าตัดหากทริยายังยืนยันจะกลับเมืองไทย ทำให้เธอไม่สามารถกลับเมืองไทยได้
ทางด้านเมืองไทย จีรนันท์ เริ่มสนิดสนมกับ โสภณมากยิ่งขึ้น แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อจีรนันท์ต้องไปงานเลี้ยงกับโสภณ คืนนั้นโสภณเมาไม่ได้สติ และจีรนันท์ก็ตกเป็นของโสภณด้วยความเต็มใจ จีรนันท์เริ่มมีอาการแพ้ท้องจนไม่สามารถปิดบังได้อีก โสภณยอมรับผิดชอบทุกอย่าง คุณชูวิทย์โทรศัพท์ทางไกลเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ ทริยาฟัง เธอตกใจมากและขอเวลาปรับสภาพจิตใจ เธอเล่าเรื่องทั้งหมดให้พอลฟัง เธอเริ่มค้นพบความรู้สึกที่แท้จริงว่าเธอรักพอลโดยไม่รู้ตัว
เมื่อเหตุการณ์ผ่านไปทริยาได้รับเลือกให้เป็นผู้ออกแบบเพชรหยดน้ำทำเป็น เข็มกลัดถวายแด่พระมเหสีของเจ้าชายจากเมืองวาซีเลีย ต่อมามีงานใหญ่ประจำปีของบริษัทอัญมณียักษ์สองบริษัท ของคุณจางและเถ้าแก่หลอ ในงานทริยาบังเอิญได้เป็นนางแบบเดินอัญมณีชิ้นเด่นที่สุดในงาน ทำให้ได้รับเสียงปรมมือดังกึกก้อง ทำให้ได้รับการกล่าวถึงและยอดขายก็พุ่งพรวด คุณจางรู้สึกแค้นใจ จึงหาวิธีเล่นงาน โดยว่าจ้าง เจนนี่ พนังงานในบริษัทซึ่งเป็นคู่แข่งกับทริยาไปขโมยเข็มกลัดที่จะต้องถวายเจ้าชาย ทุกคนต่างก็พุ่งประเด็นไปที่คุณจาง มีมี่จึงตัดสินใจนำจดหมายที่ฮุ่ยซันทิ้งไว้ก่อนตายให้คุณจาง แท้จริงแล้วทริยาคือบุตรสาวของเขา คุณจางรู้สึกตกใจมากแต่ในขณะเดียวกันก็ยินดีที่ได้ตัวบุตรสาวเพียงคนเดียว ซุ่หลิงเสียใจแทบคลั่งเธอสั่งให้ ลู่ไห่ น้องชายซึ่งเป็นอดีตนักเลงไปตามเก็บทริยา กระสุนนัดแรกโดนเข้าที่ไหล่ของทริยา ส่วนนัดที่สองพอลกระโดดรับกระสุนแทน
ต่อมาลู่ไห่ถูกจับ ส่วนซู่หลินตัดสินใจเลิกกับคุณจาง ทริยารู้สึกตัวเธอเห็นทุกคนพร้อมหน้าพร้อมตา เธอให้อภัยแอนนา โสภณ และจีรนันท์ และด้วยเหตุนี้ทำให้เถ้าแก่หลอเห็นใจ มีมี่ และ คังจิน จึงให้ทั้งสองแต่งานกัน ทริยาไปเยี่ยมพอลที่โรงพยาบาล เขาอาการดีขึ้น ทั้งสองสวมกอดกัน และสัญญาว่าจะอยู่เคียงคู่กันตลอดไป มรสุมชีวิตได้ผ่านพ้นไป นับจากนี้เธอจะใช้ชีวิตเคียงคู่กับพอลชายหนุ่มคนเดียวที่เธอรักบนแผ่นดินแม่

Jun 7

แผ่นไทเทเนียม คอมโพสิท ไส้กลางกันไฟ

: คุณสมบัติเฉพาะตัวของโลหะไทเทเนี่ยมคือความแช็งแกร่ง มีน้ำหนักเบา และพื้นผิวสวยงามเป็นเอกลักษณ์ และโดยธรรมชาติผิวจะก่อตัวเป็นแผ่นฟิล์มที่เสถียรต่อการเกิดอ๊อกซิไดซ์ (Stable Oxidize Film) เรียกว่า “Passivated Film” TCM จึงเหมาะสำหรับงานบุผนังภายนอก และหลังคาสำหรับอาคาร ที่อยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีการผุกร่อนสูง

Jun 4

Q: อะไรคือแผ่นอลูมิเนียมคอมโพสิต (Aluminium Composite Material หรือ อลูมิเนียมคอมโพสิต) แล้วจะสามารถนำมาใช้ตกแต่งบ้านท่านได้อย่างไร?

A: วัสดุโลหะเคลือบสีที่ท่านเห็นหุ้มอาคารต่างๆทั้งภายในและภายนอก อาทิเช่น ภายในอาคาร Impact Challenger Hall เมืองทองธานี หรือผนังสีขาวและผนังลายหินธรรมชาติของโรงพยาบาลวิชัยยุทธ จริงๆแล้วไม่ใช่ผนังฉาบปูนทาสีแต่เป็นการใช้แผ่น อลูมิเนียมคอมโพสิต ซึ่งทำจากแผ่นอลูมิเนียม 2 ชิ้นประกบเข้ากับไส้แกนกลางคล้ายแซนด์วิช เคลือบสีผิวหน้าด้วยสีฟลูโรคาร์บอน มาตกแต่งหุ้มผนังอาคาร ปัจจุบันการใช้แผ่น อลูมิเนียมคอมโพสิต เพื่อการตกแต่งบ้านเริ่มแพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะบ้านที่ออกแบบสไตล์โมเดิร์นที่นิยมใช้วัสดุที่สวยงาม ทันสมัย ทนทาน และดูแลรักษาง่ายเข้ามาตกแต่งบ้าน

อลูมิเนียม

aluminium composite

Jun 3

ภาพตัวอย่างจากอินเตอร์เน็ต
ภาพตัวอย่างจากอินเตอร์เน็ต

ตะลึง เรือประมงไต้หวันพบปลาประหลาด”มีหงอน”ตัวแบนยาว5เมตร เชื่อมโยงพญานาคของไทย ไต้ก๋งเชื่อเป็น “ปลาราชามังกร” ตามตำนาน เจ้าของแผงปลาไม่ยอมแล่ขายหวั่นหายนะ สุดท้ายได้2พันจากชายซื้อไปสตัฟฟ์ ธรณ์ เตือนอย่าตระหนกสึนามิ

สำนักข่าวซีเอ็นเอของไต้หวันรายงานเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนว่า ลูกเรือประมง เซิง ฝ่าไซ้ จับปลาประหลาดได้ตัวหนึ่งในทะเลนอกชายฝั่งเขตไถตง ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะไต้หวัน ระหว่างการออกเรือหาปลาในน่านน้ำนอกฝั่งเมือง เฉิงกง เมื่อคืนก่อนหน้านั้น

ทั้งนี้ นาย ถง ฉิ่น ซิ่ง ไต้ก๋งเรือลำดังกล่าว เปิด เผยว่า ลูกเรือของตนเห็นปลาประหลาดตัวนี้ เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. เพราะเกล็ดสีเงินของมันสะท้อนแสงวูบวาบกลางน้ำในยามกลางคืน เมื่อจับขึ้นเรือได้จึงพบว่าเป็นปลาหายากที่มีชื่อเรียกหลายชื่อแตกต่างกัน ออกไปในหลายท้องถิ่น ลูกเรือประมงชาวไต้หวันบางคนเรียกว่า ปลาอานนท์ หรือ ปลาแผ่นดินไหว เพราะเชื่อว่า เป็นปลาที่เป็นต้นเหตุให้เกิดแผ่นดินไหว

อย่างไรก็ตาม ในบางท้องถิ่นเรียก มังกรทะเล หรือ ซี เซอร์เพนท์ บางท้องถิ่นเรียก ปลาราชามังกร แต่ชื่อสามัญที่เป็นที่รู้จักกันทั่วไปในหมู่ชาวประมงนานาชาติ คือ คิง ออฟ เดอะ เฮอร์ริ่ง หรือ ราชาแห่งฝูงปลาเฮอร์ริ่ง

รายงานข่าวระบุว่า ปลาประหลาดที่จับได้มีความยาวถึง 5 เมตร ลำตัวแบนยาวเป็นสีเงิน มีจุดสีฟ้า และดำประปราย มีครีบหลังสีชมพูแดง พร้อม “หงอน” ที่ลูกเรือเชิง ฝ่าไซ้ อ้างว่า เมื่อยืดออกจนสุดแล้ววัดความยาวได้ถึง 11 เมตร ทั้งนี้ นายถง ไต้ก๋งเรือประมงลำนี้ เชื่อว่า นี่คือปลาราชามังกรที่มีระบุไว้ในตำนานพื้นบ้านของไต้หวัน และเปิดเผยด้วยว่าเป็นครั้งแรกที่ได้เห็น “ราชามังกร” ในตำนานนี้หลังทำประมงมา 30 ปี

นายถง และลูกเรือ พยายามขอร้องให้แผงขายปลาที่ท่าเรือซินกังแล่ปลาตัวนี้เพื่อนำเนื้อจำหน่าย แต่ไม่มีเจ้าของแผงรายไหนกล้าจัดการกับปลาตัวนี้ หลายคนไม่ยอมแตะต้องตัวปลาด้วยซ้ำ เพราะเชื่อว่า ถ้าหากไปแตะต้องปลาชนิดนี้จะทำให้เกิดแผ่นดินไหว หรือหายนะภัยครั้งใหญ่เหมือนที่ระบุไว้ในตำนาน ที่ถือว่า ปลาชนิดนี้คือ “ผู้นำสารจากวังมังกร” แม้ว่าชาวประมงบางคนจะเชื่อว่าปลามังกรนี้จะนำโชคดีมาให้ แต่ก็ไม่กล้าแตะต้องเช่นเดียวกัน

เจ้าของแผงปลารายหนึ่งบอกว่า เมื่อไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าปลานี้ดีหรือไม่ดีอย่างไร ก็อย่าไปแตะต้องมันเลยจะดีกว่า สุดท้ายแล้ว ชายผู้หนึ่งซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ขอซื้อปลาตัวนี้จากนายถงด้วยราคา 2,000 เหรียญไต้หวัน (ราว 2,000 บาท) โดยบอกว่า จะนำไปสตัฟฟ์เก็บไว้โชว์ที่บ้านพัก

ทางด้าน นาย โฮ หยวน ซิ่น นักวิจัยจากศูนย์วิจัยชีววิทยาทางทะเลตะวันออกของไต้หวัน เปิด เผยว่า ปลาชนิดนี้เป็นปลาทะเลน้ำลึก มักอาศัยอยู่ในเขตทะเลน้ำอุ่นที่ความลึกระหว่าง 50-250 เมตร จึงพบเห็นได้ยากมาก แต่มีผู้พบเห็นกันเป็นระยะๆ ในหลายพื้นที่ ตั้งแต่ชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของออสเตรเลีย เรื่อยไปจนถึงทะเลนอกชายฝั่งเม็กซิโก และแถบหมู่เกาะเบอร์มิวดา ส่วนใหญ่มักถูกคลื่นซัดออกมาเกยหาด หรือไม่ก็เกิดอาการผิดปกติขึ้นกับปลา เช่น ป่วย หรือใกล้ตาย น้อยครั้งที่จะมีการพบเห็นขณะมีชีวิตอยู่

ปลาประหลาดชนิดนี้เคยถูกทหารเรืออเมริกันจับได้ในลำน้ำโขง เมื่อวันที่ 28 กันยายนปี 2539 มีการถ่ายภาพตีพิมพ์เผยแพร่อ้างว่ามีความยาวถึง 10 เมตร ทั้งนี้ เชื่อว่า ปลาตัวดังกล่าวพลัดหลงเข้ามาในเขตน้ำจืดและกำลังจะเสียชีวิต เพราะมีรายงานว่า ทหารอเมริกันส่งปลาดังกล่าวกลับสหรัฐอเมริกาแต่ไม่รอดชีวิต เมื่อข่าวแพร่สะพัดออกไปมีการพูดถึงปลาประหลาดตัวนี้ว่า เป็น พญานาค และนำไปเชื่อมโยงกับปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคในบริเวณลำน้ำโขงในเขต จ.หนองคาย และอ้างกันว่า “นางพญานาค” ที่จับได้นั้นผิวหนังเป็นเลื่อมประกาย 7 สี และมีเลือดเป็นสีเขียวอ่อน

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบใน เอ็นไซโคลพิเดีย บริเทนนิกา ระบุว่า ปลาชนิดนี้เรียกชื่อสามัญว่า “คิง ออฟ เดอะ เฮอร์ริ่ง” หรือ “ออร์ ฟิช” (ปลาใบพาย เข้าใจว่ามาจากลักษณะของลำตัวแบนแคบและลักษณะการว่ายสะบัดพลิ้วเหมือนริบบิ้นของมัน) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “รีกัลเลคุส เกลสเน” อยู่ในวงศ์ “รีกัลซิเด” อาจโตได้สูงสุดยาวถึง 9 เมตร และหนัก 300 กิโลกรัม แต่ก็มีบันทึกไว้ใน กินเนสส์ บุ๊ก ออฟ เวิร์ลด์ เรคคอร์ด ด้วยว่า ปลาชนิดนี้เป็นปลาชนิดที่มีกระดูกสันหลังที่ยาวที่สุดในโลก โดยอาจยาวได้ถึง 11 เมตร ในขณะที่รายงานไม่ยืนยันอีกบางกระแสระบุว่าอาจยาวถึง 15 เมตร หรือกว่านั้น โดยทั่วไปแล้วออร์ฟิชกินแพลงตอนเป็นอาหาร ไม่เป็นอันตรายและไม่ทำร้ายมนุษย์ แม้จะมีรายงานไม่ยืนยันจากนักวิจัยในนิวซีแลนด์ที่ระบุว่าถ้าหากแตะไปที่ตัว ของมันขณะยังมีชีวิตออร์ฟิชจะปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมาช็อตได้

ด้าน นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า หากเป็นปลาชนิดเดียวกับที่เคยรู้จัก เข้าใจว่า เป็น ปลามังกรทะเลลึก หรือ Dragons of The Deep ปลาชนิดนี้เป็นปลาน้ำลึกอาศัยอยู่ใต้ทะเลลึก และเป็นปลาชนิดเดียวกับที่ทหารอเมริกันช่วยกันอุ้มตั้งแต่หัวถึงหางไปถ่าย รูปยืนยิ้มเรียงหน้ากัน และมักจะมีคนอ้างว่ารูปดังกล่าวคือ พญานาค และจับได้จากแม่น้ำโขง ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วไม่ใช่ แต่เป็นปลาที่จับได้แถวอเมริกาใต้ ในมหาสมุทรแปซิฟิก

“หากเรื่องการเจอปลาพญานาคเป็นเรื่องเดียวกับที่มีการพูดว่า จะเกิดคลื่นสึนามิขึ้นที่อ่าวไทยในช่วง 3-4 เดือนที่จะถึงนี้ ก็เคยได้ยินมาเหมือนกัน แต่ว่ากันตามภูมิประเทศแล้ว หากเกิดแผ่นดินไหวมีศูนย์กลางอยู่แถวหมู่เกาะสุมาตรา กว่าคลื่นจะมาถึง จ.สงขลา ก็ใช้เวลา 14 ชั่วโมง ขณะที่ไปถึงพัทยาใช้เวลา 20 ชั่วโมง และมีการคำนวณว่า หากไหวด้วยความแรง 9 ริคเตอร์ ความสูงของคลื่นที่พัทยาจะสูงเพียงครึ่งเมตรเท่านั้น แต่ถึงอย่างไร หากจะหาทางป้องกันเหตุความเสียหายจากคลื่นสึนามิที่จะเกิดในอ่าวไทยก็ทำได้ แต่ไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณมหาศาล หรือต้องตื่นตระหนกจนเกินกว่าเหตุ” นายธรณ์กล่าว

Jun 1

เจนสุดา ปานโต
เจนสุดา ปานโต

”เจน-เจนสุดา” โต้ไม่ใช่เลสเบี้ยน ปัดภาพหลุดดูดปากเป็นแค่เพื่อนสนิท ย้ำยังไงก็ชอบหนุ่มทั้งแท่ง รับสนิทกับ ”ป้อง-ณวัฒน์” จริงแต่ยังคลุมเครือสัมพันธ์

หลังจากที่ภาพหลุดจุ๊บปากกันดูดดื่มระหว่างสาวสวยคนหนึ่งกับวีเจสาวคนสวย ”เจน” เจนสุดา ปานโต งาน นี้ทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันกระหึ่มเลยทีเดียวว่าวีเจสาวคงเข็ดความรัก กับหนุ่มทั้งแท่งแล้วเปลี่ยนแนวไปเข้าร่วมบรรเลงเพลงในวงดนตรีไทยเสียแล้ว

และ ล่าสุดผู้สื่อข่าวจากสยามดาราได้มีโอกาสได้เจอกับสาวเจนในงานแถลงข่าว ”งานวันสิ่งแวดล้อมโลก” ที่กรมส่งเสริมคุณภาพและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2552 จึงไม่รีรอให้เสียเวลารีบตรงเข้าไปถามสอบถึงที่มาของภาพสวีตดังกล่าวทันที

”ก็ไม่มีอะไรหรอกคะ เป็นพี่ที่สนิทกันเพื่อนซี้แต่เป็นรุ่นพี่ค่ะ แล้วมันก็เบื่อไม่มีอะไรทำ (หัวเราะ) คือ พี่เค้าเข้ามาจูบก่อนแล้วพอดีมีกล้องของเพื่อนของพี่เค้า เค้าคงแกล้งกันไปแกล้งกันมาก็เหมือนเลยตามเลยค่ะสนุกๆ เพื่อนเค้ายุอะไรเงี้ยก็อายเหมือนกันนะ คือมันเล่นๆกันเฉยๆไม่มีอะไรที่มันจริงจังหรือซีเรียสค่ะ เจนเห็นภาพแล้วนะก็มีคนโทร.มาแซวก่อนที่จะลงข่าวก็แบบผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ทำไมทำจริงทำจังขนาดนี้ เจนยังโทร.ไปแซวพี่เค้าเลยว่าดูดิพี่เสียหายหมดเลย”

“คือ มันเป็นในงานปาร์ตี้ค่ะ ก็มีพอลล่า ไปด้วย วันนั้นเท่าที่จำได้ก็ไม่ได้ดื่มจนมึนนะคะมีสติดีทุกอย่าง แต่คือต้องที่ถ่ายรูปกันก็ไม่ได้คิดอะไรไงคิดว่าเออๆช่างมันเลยตามเลยสนุกๆ ค่ะ เจนยืนยันตรงนี้เลยนะคะว่าสเปกยังเหมือนเดิม ภาพที่หลุดออกมาตรงนี้ก็ไม่ได้ซีเรียสนะคะเพราะมันเป็นภาพที่อยู่ในเฟดบุ๊ค อยู่แล้ว จริงๆเราก็ไม่ได้เป็นคนโพสมันเป็นกล้องของคนอื่นเราก็จะไปดึงออกมาก็ไม่ได้ ไม่ใช่กล้องเราไง”

“แต่เจนก็คิดว่ามันไม่ได้เป็นอะไรที่ เสียหายมากมาย แล้วเราก็เป็นเพื่อนที่รู้จักกันด้วยไงคือผู้หญิงกับผู้หญิงมันก็น่ารักๆ โอเชช่างมันให้ผ่านๆไปบ้าง คือเจนก็ไม่รู้จะพูดยังไงจะขอโทษดีไหมคือเราก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนะ ก็ปล่อยผ่านไปบ้างก็แล้วกัน บางทีเราก็มีอารมณ์แบบอย่างสนุกบ้างอะไรบ้าง แล้วพี่คนนั้นเค้าก็เป็นสาวจริงๆเค้ามีแฟนค่ะ” วีเจสาวกล่าว

จากนั้นผู้สื่อข่าวกระเซาะถามต่อไปอีกว่ามีตาดีเห็นสาวเจนแอบควงกับพระเอกหุ่นสมาร์ท ”ป้อง” ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ ไปทานข้าวกุ๊กกิ๊กกันที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ย่านลาดพร้าว งานนี้เจ้าตัวถึงกลับรีบออกตัวแบบแบ่งรับแบ่งสู้ทันทีว่าไม่มีอะไรในก่อไผ่ ถ้าอยากรู้อะไรที่มากกว่านี้ให้ไปถามตัวป้องเอง

”ก็ ไม่มีอะไรคะ รู้จักกันเฉยๆไปกินข้าวธรรมดาค่ะ แล้วก็รู้จักกันมาตั้งนานแล้วแหละ ถ้าอยากรู้อะไรไปถามพี่ป้องแล้วกันเจนไม่พูดดีกว่า คือเจนก็ไม่ได้ไปทานข้าวด้วยกันบ่อยเท่าไรนะคะก็ตามโอกาส ถ้าถามว่าเค้าเข้ามาจีบไหมตรงนี้เจนบอกได้เลยว่าตัวเจนเองก็ไม่ได้ปิดตัว อะไร ไม่ว่าจะเป็นพี่ป้องหรือใคร คือใครก็ได้ที่ชอบกันที่จูนเข้าหากันได้มีเพื่อนคุยกันไปก็ดีมันจะได้ไม่ เหงา คุยกับพี่ป้องก็ดีค่ะเรื่อยๆ” เจนกล่าวในที่สุด